บทสัมภาษณ์เจ้าของธุรกิจแฟรนไชส์

หน้าแรก

บทสัมภาษณ์

เปิดตัวแฟรนไชส์ “เต๊ะจุ้ยเตี๋ยวหมึก” อัดแน่นปลาหมึกเต็มคำ เจ้าแรกเจ้าเดียวในไทย

คุณประสิทธิ์ ลิมป์ธีระกุล

เปิดตัวแฟรนไชส์ “เต๊ะจุ้ยเตี๋ยวหมึก”  อัดแน่นปลาหมึกเต็มคำ เจ้าแรกเจ้าเดียวในไทย

ต๊ะจุ้ยเตี๋ยวหมึก อีกหนึ่งแบรนด์ธุรกิจแฟรนไชส์ที่มีความน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งผลิดอกออกผลและตกผลึกการสร้างแบรนด์ จากการที่เจ้าของธุรกิจได้เข้าไปอบรมสัมมนาหลักสูตร Franchise B2B รุ่นที่ 21 ที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) กระทรวงพาณิชย์ เมื่อปี 2561 ที่ผ่านมา และนำกลับมาพัฒนาต่อยอดจนเกิดเป็นธุรกิจแฟรนไชส์ดังกล่าว

โดยสื่อภายใต้ สมาคมแฟรนไชส์และไลเซนส์  (Franchise & License Associate : FLA) เต็มใจอย่างยิ่งที่จะขอนำเสนอให้ทุกท่านได้รู้จักไปพร้อมๆ กัน






            ต๊ะจุ้ยเตี๋ยวหมึก บริหารโดย คุณประสิทธิ์ ลิมป์ธีระกุล (คุณจุ้ย) ซึ่งความน่าสนใจของแบรนด์ดังกล่าวนี้ คือ การสร้างแบรนด์ทำตลาดขยายแฟรนไชส์อย่างเป็นทางการเมื่อต้นปี 2562 จนถึงขณะนี้ (อัพเดท พ.ย.62) โดยใช้เวลาไม่ถึงปี ขยายแฟรนไชส์ไปแล้วจำนวนกว่า 10 สาขา ได้แก่

• เต๊ะจุ้ยเตี๋ยวหมึก สาขา จ.เชียงใหม่ (ใกล้กับ ม.แม่โจ้)
• เต๊ะจุ้ยเตี๋ยวหมึก สาขา จ.ขอนแก่น (ตั้งอยู่บน ถนนรื่นรมย์ อ.เมือง จ.ขอนแก่น)
• เต๊ะจุ้ยเตี๋ยวหมึก สาขา จ.หนองคาย (2 สาขา)
• เต๊ะจุ้ยเตี๋ยวหมึก สาขา จ.ยโสธร
• เต๊ะจุ้ยเตี๋ยวหมึก สาขา จ.อุดรธานี
• เต๊ะจุ้ยเตี๋ยวหมึก สาขา อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา

• เต๊ะจุ้ยเตี๋ยวหมึก ในกรุงเทพฯ (3 สาขา) ได้แก่ ซอยลาดพร้าว 71 (รูปแบบรถเข็น) , สาขาตลาดถนอมมิตร(ถนนรามอินทรา-วัชรพล) และ สาขาซอยเสนานิคม 1 (รูปแบบอาคารพาณิชย์) ซึ่งสาขานี้ คุณจุ้ย บริหารร้านด้วยตนเอง




















            จุดเด่น อีกอย่างของแบรนด์ ต๊ะจุ้ยเตี๋ยวหมึก” คือ การชูกิมมิค (Gimmick) โดยเปิดตัว ลูกชิ้นปลาหมึก” คุณภาพเกรดพรีเมียม ซึ่งถือเป็นพระเอก เป็นวัตถุดิบหลักและหัวใจสำคัญของการสร้างแบรนด์และทำการตลาด

            โดยถือว่าปัจจุบันนี้ ต๊ะจุ้ยเตี๋ยวหมึก เป็นผู้ผลิตและจำหน่าย โดยนำเอาลูกชิ้นปลาหมึก นำมาต่อยอดเป็นเมนูก๋วยเตี๋ยว พร้อมกับทำตลาดรูปแบบแฟรนไชส์ อย่างเป็นทางการเจ้าแรกเจ้าเดียวในประเทศ

          ลูกชิ้นปลาหมึกของเรามีส่วนผสมของปลาหมึกคัดเกรดพรีเมียม ผ่านกรรมวิธีการหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ เป็นส่วนผสมก่อนผลิตเป็นลูกชิ้น เมื่อผู้บริโภคกัดเข้าไปจะได้รสสัมผัสของเนื้อปลาหมึกกรุบกรอบแบบเต็มคำ รสชาติอร่อย ไม่เหนียว ไม่คาว และนอกจากนี้เรายังมีลูกชิ้นปลา และ ลูกชิ้นกุ้งทอดที่ได้คุณภาพ ซึ่งอร่อยไม่แพ้ลูกชิ้นปลาหมึก อีกด้วย

          โดยผลิตภัณฑ์ลูกชิ้น สามารถต่อยอดได้อีกหลายเมนู เช่น ฮือก๊วย(ลวกจิ้ม)  ยำลูกชิ้น หรือ ต้มยำหม้อไฟ ฯลฯ ซึ่งถือเป็นกับแกล้มรสเลิศ ขายคู่กับร้านจำหน่ายเหล้า/เบียร์ เข้ากันได้เป็นอย่างดี

            คุณประสิทธิ์ (คุณจุ้ย) เล่าความเป็นมาของการสร้างแบรนด์ว่า ส่วนตัวทำธุรกิจด้านจำหน่ายอาหารแช่แข็งส่งกลุ่มลูกค้าร้านอาหารและโรงแรม เน้นทำตลาดภายในประเทศ และมีส่งออกบางส่วน เช่นที่ สปป.ลาว ซึ่งที่นี่ถือเป็นจุดเริ่มต้นจุดประกายให้ตนเองปิ๊งไอเดียทำแฟรนไชส์ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลาหมึกในประเทศไทย

            ผมมีโอกาสเดินทางไป สปป.ลาว กับเพื่อนๆ อยู่บ่อยครั้งและสังเกตพฤติกรรมการกินของคนในเมืองและท้องถิ่น พบว่า เมนูเฝอ ที่บ้านเค้าขายดีมาก จากการสังเกตและเพื่อนเล่าให้ฟัง มีอยู่ร้านนึงในเวียงจันทน์ ขายเฝอได้วันละหลายร้อยถึงพันชาม ผมจึงมีแนวคิดการทำธุรกิจอาหารประเภทเส้น เช่น เฝอ หรือ ก๋วยเตี๋ยว ในเมืองไทยที่แตกต่างจากแบรนด์ที่มีในตลาดทั่วไป และผู้บริโภคสามารถรับประทานแทนข้าวได้ทุกวัน

          ทว่า อย่างที่ทราบ เมืองไทยมีแบรนด์ก๋วยเตี๋ยวทั้งรายใหญ่และรายย่อยจำนวนมาก ฉะนั้นการก้าวเข้ามาในตลาดที่การแข่งขันสูงเช่นนี้ ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ ผมจึงดึงจุดแข็งของตัวเอง คือ การคร่ำหวอดอยู่ในอุตสาหกรรมอาหารแช่แข็ง ทำให้เรามีโนว์ฮาวและช่องทางในการคิดค้นพัฒนาวัตถุดิบสำคัญเพื่อรังสรรค์ก๋วยเตี๋ยวให้แตกต่างจากแบรนด์อื่นๆ แต่มีรสชาติที่อร่อย ใช้วัตถุดิบคุณภาพ บริการสะอาดได้มาตรฐาน และในราคาที่ผู้บริโภคทุกกลุ่มเอื้อมถึง

          ซึ่งมาลงเอยที่การพัฒนาสูตรลูกชิ้นปลาหมึก โดยในเมืองไทยยังไม่มีเจ้าไหนทำมาก่อน หรือหากมีทำตลาดมาบ้างแล้วแต่ก็ยังน้อยและไม่ต่อเนื่อง โดยหลังจากได้คอนเซ็ปต์ การสร้างแบรนด์ก๋วยเตี๋ยวให้มีความแตกต่าง และได้พระเอก คือ ปลาหมึกเกรดพรีเมียมในการผลิตลูกชิ้นเป็นวัตถุดิบสำคัญได้แล้วนั้น ผมจึงเสาะแสวงหาวัตถุดิบสำคัญอื่นๆ จากโรงงานผู้ผลิตหรือซัพพลายเออร์ที่มีมาตรฐาน ผ่านการทำทดสอบ ปรับปรุงพัฒนาสูตร โดยใช้เวลาพอสมควร กระทั่งได้วัตถุดิบทุกตัวที่ถูกใจที่สุด ได้แก่ น้ำซุป ซอสเย็นตาโฟ และเส้นบะหมี่ไข่

 


4 วัตถุดิบสำคัญก่อเกิดแบรนด์ ต๊ะจุ้ยเตี๋ยวหมึก

ลูกชิ้น - ได้แก่ ลูกชิ้นปลาหมึก ลูกชิ้นปลา ลูกชิ้นกุ้ง ผ่านการคัดเลือกจากแพปลาชั้นนำ คุณภาพสดใหม่ นำมาผลิตลูกชิ้นภายใต้โรงงานผลิตที่ได้ มาตรฐาน GMP. และผลิตภัณฑ์ได้รับการจดแจ้ง อย.เป็นที่เรียบร้อย

น้ำซุป ผ่านการคัดสรรและพิถีพิถัน กว่าจะได้รสชาติที่เหมาะกับลูกชิ้นปลาหมึกของเรา ซึ่งต้องผ่านการทดสอบรสชาติจำนวนกว่า 5 โรงงาน

ซอสเย็นตาโฟ โดยของเราผลิตจากเต้าหู้ยี้แท้ 100% เป็นสูตรลับเฉพาะของเรา โดยโรงงานผลิตได้มาตรฐาน GMP และ อย.เช่นกัน

บะหมี่ไข่ เส้นเล็กเหนียวนุ่ม ผลิตจากโรงงานดั้งเดิมมากกว่า 40 ปี รับรองว่าอร่อยที่สุด


            ในส่วนแนวคิดการขยายธุรกิจรูปแบบแฟรนไชส์ คุณจุ้ย เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีสาขาต้นแบบคือ สาขาเสนานิคม 1 (ซอย42) ทั้งนี้ ส่วนตัวฉีกกฎและหลักการขยายแฟรนไชส์ที่เรียนมา ซึ่งตามหลักการนั้น เจ้าของธุรกิจควรมีสาขาที่บริหารจนอยู่ตัวแล้วอย่างน้อย 3-5 สาขา ทว่า คุณจุ้ย สามารถขยายแฟรนไชส์ได้ทันทีและอย่างรวดเร็ว โดยยังไม่มีหน้าร้านต้นแบบของตนเอง

            เหตุเพราะ การได้รับความไว้วางใจและความเชื่อมั่นจากฐานลูกค้าเดิมที่ทำธุรกิจซื้อขายอาหารแช่แข็งกันมาอย่างยาวนาน และให้ความสนใจโมเดลแฟรนไชส์ร้านก๋วยเตี๋ยวเต๊ะจุ้ยฯ ซึ่งโดดเด่นเรื่องวัตถุดิบที่นำมาใช้จึงตกล่องปล่องชิ้น ลงทุนซื้อแฟรนไชส์ไปเปิดกิจการในแต่ละจังหวัดทั่วประเทศดังที่กล่าวไว้ข้างต้น

 


















3 รูปแบบการลงทุน แฟรนไชส์ ต๊ะจุ้ยเตี๋ยวหมึก

1. รูปแบบตึกแถว (อาคารพาณิชย์)

2. รูปแบบ Stand Alone
หมายเหตุ :  โดย 2 รูปแบบการลงทุนดังกล่าว งบประมาณการลงทุน เริ่มต้น หลักแสนบาท (แสนต้นๆ เท่านั้น)

3. รูปแบบรถเข็น (Street Food)  งบประมาณการลงทุนเริ่มต้น 59,000 บาท (ผู้ลงทุนมาแต่ตัว ซึ่งอุปกรณ์ทุกอย่าง เช่น รถเข็น เตา โต๊ะ ชาม ทางแฟรนไชส์ซอร์จัดให้ครบครัน)
และรูปแบบเสริมสำหรับผู้ที่สนใจ ได้แก่ คีออสก์ (Kiosk) งบประมาณการลงทุนเริ่มต้น 40,000 – 50,000 บาท

            คุณจุ้ย กล่าวเสริมว่า รูปแบบแฟรนไชส์ถูกออกแบบการบริหารจัดการต่างๆ หน้าร้าน โดยลดความยุ่งยากในการจัดเตรียมร้านและวัตถุดิบให้กับผู้ลงทุนหรือแฟรนไชส์ซีอย่างสะดวกและให้เปิดร้านประกอบกิจการง่ายที่สุด ทั้งนี้เพื่อสนับสนุนแฟรนไชส์ซี ให้สามารถลงทุนและนำไปประกอบธุรกิจได้อย่างสะดวกสบาย และได้รับผลตอบแทนอย่างรวดเร็วและคุ้มค่าที่สุด  โดยสำหรับสิทธิประโยชน์ ที่แฟรนไชส์ซีจะได้รับ ได้แก่  
 

สิทธิประโยชน์สำหรับแฟรนไชส์ซี

ได้รับคำปรึกษา/ช่วยวิเคราะห์ทำเลขาย จากแฟรนไชส์ซอร์ ตั้งแต่ก่อนตัดสินใจลงทุนธุรกิจและก่อนเปิดร้าน
ได้รับสิทธิ์การใช้ชื่อ “เต๊ะจุ้ยเตี๋ยวหมึก” อย่างถูกต้องจากแฟรนไชส์ซอร์      
ได้รับการออกแบบตกแต่งร้าน (บริการขนส่งอุปกรณ์และจัดหา/จัดซื้ออุปกรณ์และวัตถุดิบจากแฟรนไชส์ซอร์ ให้ถึงหน้าร้านก่อนวันขายจริง)
วันแรกของการเปิดร้าน โดย แฟรนไชส์ซอร์ จะลงพื้นที่ไปช่วยขายและสนับสนุนการทำตลาดทั้งรูปแบบออนไลน์ (โปรโมทเพจเฟซบุ๊ก,บูสต์โพสต์ facebook เป็นต้น) และการตลาดออฟไลน์ เช่น แจกโบรชัวร์ในรัศมี 1-2 กม. เพื่อประชาสัมพันธ์ , จัดโปรฯ เปิดร้าน ซื้อ 1 แถม 1 เป็นต้น
ได้รับคำแนะนำวิธีจัดร้าน / เตรียมวัตถุดิบ การปรุงแต่ละเมนูเสิร์ฟขายทุกขั้นตอนในวันเปิดร้านจริง
วัตถุดิบสำคัญ สั่งจากแฟรนไชส์ซอร์ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ลูกชิ้น , ผงน้ำซุป , ซอสเย็นตาโฟ , บะหมี่ไข่ ในราคาพิเศษสำหรับแฟรนไชส์ซีเท่านั้น บริการขนส่งผ่านบริษัทขนส่งเอกชนรวดเร็วถึงปลายทางผู้รับ ภายใน 24 ชม. (วัตถุดิบอื่นๆ เช่น ผัก, เส้นใหญ่-เส้นเล็ก แฟรนไชส์ซีหาซื้อได้ในท้องถิ่น)

            การเริ่มต้นธุรกิจแฟรนไชส์ของเราไม่ยุ่งยาก โดยผู้ลงทุนไม่จำเป็นต้องมีประสบการณ์ทำอาหารมาก่อนก็บริหารร้านได้อย่างมืออาชีพ เพราะเรามีคู่มือการบริหารจัดการร้าน/คู่มือสูตรการทำแต่ละเมนูให้กับแฟรนไชส์ซีมอบให้ด้วย
          ในส่วนจุดคุ้มทุนหรือผลตอบแทน โดยเฉลี่ย Food Course จะอยู่ที่ประมาณ 35-40% จากยอดขายทั้งหมด (ยังไม่หักค่าใช้จ่ายอื่นๆ เช่น ค่าเช่าพื้นที่ , ค่าจ้างพนักงาน ฯลฯ) อย่างไรก็ตาม หากผ่านการช่วยวิเคราะห์ทำเล และการทำตลาดแล้วในเบื้องต้น การันตีได้ว่า แฟรนไชส์ซีสามารถดำเนินกิจการได้อย่างราบรื่นและสามารถสร้างฐานลูกค้าและยอดขายได้อย่างน่าพึงพอใจอย่างแน่นอน

            ทั้งนี้ คุณจุ้ย ยังได้กล่าวฝากแบรนด์ ต๊ะจุ้ยเตี๋ยวหมึก ไว้เป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่กำลังมองหาธุรกิจแฟรนไชส์ร้านอาหารประเภทก๋วยเตี๋ยว โดยกล่าวไว้อย่างน่าสนใจว่า

            ผมจะให้คำปรึกษากับผู้ลงทุนก่อนเสมอว่า คุณอยากจะเป็น คนขายก๋วยเตี๋ยว หรือ นักธุรกิจบริหารร้านก๋วยเตี๋ยว ซึ่งถ้าหากคุณอยากเป็น คนขายก๋วยเตี๋ยว คุณก็เปิดร้านทำเองขายเองแบบทั่วไป แต่คุณจะไม่สามารถไปไหนได้เลยในแต่ละวัน  ต้องไปซื้อของมาจัดเตรียมร้านแต่เช้า หากหยุดก็จะสูญเสียรายได้ อีกทั้งไม่กล้าจ้างลูกน้อง เพราะไม่เคยสร้างระบบ และกังวลจึงต้องลงมือทำเองทุกอย่าง

          แต่ถ้าคุณอยากเป็น นักธุรกิจร้านก๋วยเตี๋ยว จะต้องสร้างวินัยในการบริหารร้าน และวางแผนจัดการร้านอย่างเป็นระบบ ยกตัวอย่างเช่น  การสร้างเป้าหมายมุ่งมั่นจะขยายสาขาหรือขยายกิจการเพิ่มให้ได้ โดยการทำให้ร้านแรก หรือร้านต้นแบบอยู่ตัว และมองหาหรือปลุกปั้นพนักงานที่ไว้ใจได้มาดูแลร้านแทน หลังจากนั้นให้คุณมองหาทำเลใหม่ เพื่อขยับขยายสาขาที่ 2  โดยการนำกำไรที่ได้จากสาขาแรก ไปเปิดสาขาที่สอง

          เพราะฉะนั้น คุณจะต้องวางแผนและรู้จักทำบัญชี โดยแยกระหว่าง เงินทุนหมุนเวียนร้าน และ กำไรจากการขาย โดยเอากำไรเก็บไว้ อย่านำไปใช้จ่ายปะปนกับเงินก้อนอื่นๆ  ทั้งนี้ต้องรักษามาตรฐานร้านทั้งเรื่องของรสชาติและการให้บริการลูกค้าอย่างต่อเนื่องเป็นสิ่งสำคัญด้วย

          และเมื่อผ่านไปสักระยะ เมื่อคุณทำกำไรได้ตามเป้า จึงค่อยมองหาทำเลเพื่อขยายสาขาที่ 2 , 3  หรือสาขาต่อๆ ไป แล้วสร้างพนักงานประจำร้านมาดูแลร้านสาขาเดิมแทน ซึ่งหากทำได้เช่นนี้ในแบบค่อยเป็นค่อยไป ในไม่ช้าคุณก็จะมีรายได้เพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณโดยที่คุณไม่ต้องเหนื่อยออกแรงเฉกเช่นคนขายก๋วยเตี๋ยวทั่วไป


          ซึ่งคนที่ขายก๋วยเตี๋ยวโดยทั่วไปส่วนใหญ่ จะขาดการวางแผน และขาดการบริหารการทำบัญชีรายรับรายจ่าย เมื่อหาเงินได้ก็ใช้จ่ายออกไป จึงต้องเหนื่อยทุกวัน ง่วนอยู่กับร้านเดียวเป็นเช่นนั้นต่อไป เพราะฉะนั้น หากคุณสนใจในธุรกิจแฟรนไชส์ เต๊ะจุ้ยเตี๋ยวหมึก คุณคือครอบครัวเดียวกับเรา และเรายินดีสนับสนุนให้ทุกคนเติบโตในธุรกิจไปด้วยกัน หากแฟรนไชส์ซีอยู่ได้ เราก็อยู่ได้ จึงขอเชิญมาร่วมเป็น นักธุรกิจร้านก๋วยเตี๋ยว กับ เต๊ะจุ้ยเตี๋ยวหมึก ไปพร้อมๆ กันครับ
 



















ช่องทางติดต่อแฟรนไชส์เต๊ะจุ้ยเตี๋ยวหมึก
Tel : 089 519 5442
Facebook : เต๊ะจุ้ยเตี๋ยวหมึก แฟรนไชส์พันล้าน
ID LINE : taejuifoods
Website : www.taejuifoods.com
Email : taejuifoods@hotmail.com

จำนวนเปิดอ่าน : 184