บทสัมภาษณ์เจ้าของธุรกิจแฟรนไชส์

หน้าแรก

บทสัมภาษณ์

TOP BUSINESS CONSULTANT AND MANAGEMENT ที่ปรึกษาด้านการตลาดและธุรกิจแฟรนไชส์ มาร่วมวิเคราะห์และทำ Business Health Check ผ่านบทสัมภาษณ์ อาจารย์กบ-อ.จิรภัทร สำเภาจันทร์ ประธานที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์

อาจารย์กบ-อ.จิรภัทร สำเภาจันทร์

TOP BUSINESS CONSULTANT AND MANAGEMENT ที่ปรึกษาด้านการตลาดและธุรกิจแฟรนไชส์ มาร่วมวิเคราะห์และทำ Business Health Check ผ่านบทสัมภาษณ์ อาจารย์กบ-อ.จิรภัทร สำเภาจันทร์ ประธานที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์
สำหรับผู้ประกอบการธุรกิจ SMEs และแฟรนไชส์ ที่เพิ่งตั้งทรงธุรกิจหรือประกอบกิจการเป็นระยะเวลาหลายปีแล้ว ทั้งนี้ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจขนาดเล็ก กลาง ใหญ่ หรือธุรกิจประเภทใดก็ตาม ย่อมต้องประสบปัญหาการบริหารจัดการในด้านต่างๆ ภายในองค์กร อาทิ ปัญหาการบริหารคน การขยายสาขา การสต็อกสินค้า การทำตลาด เรื่องบัญชีและการเงิน และปัญหาอื่นๆ ไม่เรื่องใดก็เรื่องหนึ่ง ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติที่ผู้ประกอบการทุกท่านย่อมต้องประสบพบเจอ

            ทั้งนี้ แนวทางแก้ไขมีอยู่หลายวิธี หนึ่งในนั้น คือ การมองหาตัวช่วยหรือเพื่อนคู่คิดที่ดีในการช่วยผู้ประกอบการแก้ไขปัญหาในด้านต่างๆ ได้อย่างตรงจุดและมีประสิทธิภาพ นั่นคือ การใช้บริการที่ปรึกษาธุรกิจที่มีประสบการณ์และมีศักยภาพเพื่อเข้ามาช่วยสนับสนุน เติมเต็มธุรกิจ และพร้อมที่จะช่วยแก้ไขจุดบกพร่องที่ตัวคุณอาจมองข้ามหรือไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยตัวเองเพียงลำพัง
 


TOP BUSINESS “เราตัดสูทให้เหมาะสมกับธุรกิจคุณ”

            สำหรับผู้ประกอบการธุรกิจ SMEs และแฟรนไชส์ โดยเฉพาะ สมาชิกในสมาคมแฟรนไชส์และไลเซนส์ (Franchise & License Associate : FLA) หากท่านใดที่กำลังมองหาที่ปรึกษาธุรกิจที่มากประสบการณ์ ชำนาญการและเชี่ยวชาญเชิงลึกและเฉพาะด้าน

            เราขอแนะนำ TOP BUSINESS CONSULTANT AND MANAGEMENT หรือ ท็อป บิสสิเนส คอนซัลแทนท์ แอนด์ แมนเนจเมนท์ บริษัทให้บริการที่ปรึกษาและงานบริหารจัดการ เพื่อการขับเคลื่อนองค์กรสู่ความสำเร็จ โดยพร้อมที่จะสนับสนุนการดำเนินงานธุรกิจการค้า พัฒนาค้าปลีกและแฟรนไชส์ พร้อมขยายแนวคิด Start up ขับเคลื่อน SMEs จัดการปัญหาภายใน ตลอดจนเพิ่มยอดขาย ขยายกำไร อย่างมีประสิทธิภาพ

           TOP BUSINESS บริหารโดย อ.จิรภัทร สำเภาจันทร์ ที่ปรึกษาด้านการตลาดและธุรกิจแฟรนไชส์  โดย อ.จิรภัทร หรือ “อาจารย์กบ” ที่ซึ่งผู้ประกอบการแฟรนไชส์หลายท่านรู้จักกันดี ในฐานะวิทยากรอบรมหลักสูตร Franchise B2B กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ โดยเป็นผู้ถ่ายทอดความรู้ในด้านวิชาการตลาดและบริหารแฟรนไชส์ให้กับผู้ประกอบการธุรกิจหลายท่านหลายรุ่นมาตลอดระยะเวลากว่า 10 ปีเป็นผู้บุกเบิกแฟรนไชส์ร้านสารพัดบริการรายแรกของไทย ที่มีประสบการณ์ตรงการตลาดและแฟรนไชส์มากว่า 18 ปี

            สำหรับจุดเริ่มต้นการจัดตั้งบริษัทที่ปรึกษาธุรกิจ TOP BUSINESS โดย อ.จิรภัทร กล่าวว่า เริ่มต้นจากการได้มีโอกาสเข้าไปสอนหลักสูตร B2B ที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ และได้เป็นที่ปรึกษาให้กับหลายๆ องค์กรและธุรกิจชั้นนำทั้งในประเทศและต่างประเทศ

            ทำให้มองเห็นถึงปัญหาของผู้ประกอบการแฟรนไชส์ไทยในหลายๆ ด้าน ซึ่งเผชิญกับสภาวะติดขัดหรือขยับขยายธุรกิจต่อไปไม่ได้ เพราะติดปัญหาในหลายๆ ปัจจัย เช่น เรื่องของบุคคล เรื่องวิสัยทัศน์ของผู้ประกอบการ หรือเรื่องบริหารจัดการภายในธุรกิจหรือองค์กร เป็นต้น

            อ.จิรภัทร กล่าวต่อว่า ปัญหาเรื่องแฟรนไชส์ไม่ใช่แค่เรื่องธุรกิจแฟรนไชส์เพียงอย่างเดียว แต่มันพ่วงไปทั้งองคาพยพ เราจึงอยากทำหน้าที่ช่วยสนับสนุนผู้ประกอบการที่กำลังประสบปัญหาในด้านต่างๆ จึงเป็นที่มาของการก่อตั้ง Top Business ด้วยวัตถุประสงค์เพื่อเป็นที่ปรึกษาให้กับผู้ประกอบการธุรกิจ SMEs และแฟรนไชส์ ที่เพิ่งเริ่มต้นตั้งทรงธุรกิจหรือธุรกิจระดับกลาง เพื่อช่วยแก้ปัญหาภายในองค์กรทั้ง Training & Coaching รวมทั้งจัดหาเครื่องมือเพื่อนำมาพัฒนาธุรกิจแฟรสไชส์ให้กับลูกค้า และเพื่อยกระดับธุรกิจของลูกค้าให้สามารถแข่งขันในระดับประเทศและต่างประเทศต่อไปได้

            Top Business เรามีทีมที่ปรึกษาที่ดีมีคุณภาพ ซึ่งเชี่ยวชาญในด้านต่างๆ กว่า 18 ท่าน ครอบคลุมทุกกลุ่มงานธุรกิจที่จำเป็นต้องใช้ โดยเฉพาะในสายงานด้านการบริหารจัดการธุรกิจ ร้านอาหาร ธุรกิจบริการ หรือธุรกิจการศึกษา โดยเราพร้อมและยินดีเป็นที่ปรึกษาให้ผู้ประกอบการทุกท่าน” อ.จิรภัทร กล่าว
 


TOP BUSINESS กับทีมงานที่ปรึกษาคุณภาพเพื่อธุรกิจแฟรนไชส์

            โดยทีมที่ปรึกษาคุณภาพของ TOP BUSINESS จำแนกออกเป็น 3 สายงาน ดังนี้

1.ทีมที่ปรึกษาสายงานด้านวิชาการ ซึ่งจะมีความรู้ในเชิงทฤษฎี มีข้อมูลและงานวิจัยจากในประเทศและต่างประเทศ ประกอบด้วย นักวิชาการและคณะจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิ

2.ที่ปรึกษาสายงานด้านผู้บริหาร มีประสบการณ์ตรงในการบริหารองค์กรขนาดใหญ่และขนาดกลาง ซึ่งที่ปรึกษากลุ่มนี้จะเข้าใจในด้านการบริหาร การสั่งการ และการออกแบบกลยุทธ์เพื่อนำไปใช้ปฏิบัติงานได้จริงและสัมฤทธิ์ผล

3.ที่ปรึกษาซึ่งเป็นเจ้าของกิจการโดยตรง โดยที่ปรึกษากลุ่มนี้ มีคุณสมบัติเป็นเถ้าแก่ ซึ่งมีประสบการณ์สูงและรู้เทคนิคการใช้วิธีลัด วิธีพลิกแพลงที่เน้นแนวทางปฏิบัติให้ธุรกิจเดินต่อไปได้อย่างราบรื่นไม่มีสะดุด


          อ.จิรภัทร กล่าวเสริมว่า ปัจจุบันบทบาทหน้าที่การทำงานด้านที่ปรึกษาธุรกิจเปลี่ยนแปลงไปจากยุคเดิมๆ ที่มุ่งเน้นการพูดคุยหรือชี้แนะให้เจ้าของธุรกิจปฏิบัติตาม ทว่า ปัจจุบันจากผลสัมฤทธิ์ที่ Top Business พิสูจน์มาแล้ว คือ ไม่มีประสิทธิภาพ ดังนั้นแนวทางและกระบวนการที่ Top Business มุ่งเน้นปฏิบัติ ได้แก่

• กระบวนการ Coaching คือ ชวนคิด แล้วนำความคิดที่ได้ตกผลึกด้วยวิธีคิดของผู้ประกอบการเอง
• กระบวนการที่ปรึกษา คือ การถ่ายทอดข้อมูล ให้กลยุทธ์ ซึ่งเรียกว่า Factory Strategy หรือ ‘โรงงานกลยุทธ์’ ผลิตให้กับเจ้าของธุรกิจ โดยจำแนกกระบวนการ ได้แก่ วิธีคิด วิธีทำ ความคิดสร้างสรรค์ และการลงรายละเอียดของแผนธุรกิจให้กับผู้ประกอบการ  ผลิตเครื่องมือที่ต้องใช้  ดำเนินงานแทนในบางเรื่อง เป็นต้น
• กระบวนการควบคุมผลลัพธ์  คือการติดตามทีมงานให้ดำเนินงานตามแผนที่กำหนดไว้  ให้ความช่วยเหลือเมื่อมีปัญหา  มีเหตุการณ์กระทบแผนงาน  และอาจต้องลงมือช่วยแก้ไขสถานการณ์ในบางกรณี  เพื่อให้ได้ผลลัพธ์


            TOP BUSINESS ให้ความสำคัญ ในการรับฟังและใช้เสียงของลูกค้าในการทำงานด้านที่ปรึกษา ดังนั้น ในการทำงานด้านที่ปรึกษา จะใช้ 4 เสียงในการทำงานประกอบด้วย
1. เสียงของตัวบริษัทลูกค้า
2. เสียงจากประสบการณ์ จากทีมที่ปรึกษา ใน 3 สายงาน
3. เสียงของ END USER ซึ่งเป็นลูกค้าของกิจการนั้นๆ
4. เสียงของสิ่งแวดล้อมที่กระทบกับโครงการ  เช่น กฎหมาย  คู่แข่ง  วัฒนธรรม   สังคม  การเมือง ฯลฯ

            ในส่วนของงานด้านการเป็นที่ปรึกษาสำหรับธุรกิจแฟรนไชส์ โดย TOP BUSINESS สร้างกระบวนการให้ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ โดยมีกระบวนการจำแนกเรียกว่า “หน้าบ้านแฟรนไชส์” และ “หลังบ้านบริษัทแม่”
 


กระบวนการทำงานด้านที่ปรึกษา หน้าบ้านแฟรนไชส์

1. ลูกค้ามีแนวความคิด มีสูตรการทำธุรกิจ มีสินค้าดี มีวิธีการในการทำธุรกิจที่ดีอยู่แล้ว เมื่อผ่านการพูดคุย โดย Top Business จะทำ Business Photo Type คือ ปรับปรุงโครงสร้างธุรกิจของลูกค้าให้ดียิ่งขึ้น  ภายใต้คอนเซ็ปต์ “แบรนด์โดน สินค้าดี แล้วตีให้ดัง”

2. Top Business จะเข้าไปดูแลเรื่องระบบบริหารจัดการของลูกค้า จนกระทั่งมีความพร้อมที่จะขยายสาขาของตัวเองต่อไปได้

3. เมื่อลูกค้ามีศักยภาพในการบริหารร้านสาขาของตัวเองแล้ว จึงสามารถทำแฟรนไชส์ได้ ภายใต้กระบวนการชวนคิด ยกตัวอย่างเช่น จะขยายแฟรนไชส์อย่างไร คิดค่าแรกเข้าอย่างไร คิดค่า Royalty อย่างไร จะออกแบบแฟรนไชส์ขายรูปแบบไหน  ตลอดจนให้คำปรึกษาในเรื่องของกฎหมาย เรื่องการทำแผนการตลาด เรื่องการอบรมพนักงาน เรื่องการทำเอกสารสัญญาแฟรนไชส์ และคู่มือแฟรนไชส์ ฯลฯ

            ซึ่ง Top Business ช่วยสนับสนุนในเรื่องการออกแบบ ‘คู่มือแฟรนไชส์’ ที่เรียกว่าระบบ Operation Manual Online เข้ามาช่วยจัดการ ซึ่งระบบนี้จะทำงานบนสมาร์ทโฟน เป็นคู่มือที่ทันสมัยและใช้งานง่าย ถือเป็นนวัตกรรมใหม่เพื่อซัพพอร์ทผู้ประกอบการแฟรนไชส์ ให้ได้ใช้งานอย่างง่ายและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด

4. Top Business ติดตามผลในการเป็นที่ปรึกษาและออกแบบกลยุทธ์ ซึ่งจะลงไปช่วยลูกค้าทำการตลาดเรื่องแฟรนไชส์ และเก็บข้อมูลกลยุทธ์ที่ออกแบบขึ้นมา ว่า ถูกต้องและตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าหรือไม่ เพื่อเข้าสู่กระบวนการซื้อขายแฟรนไชส์ต่อไป ซึ่งหากกระบวนการไม่ถูกต้อง เราพร้อมนำกลับมาแก้ไข

5. Top Business มีทีมที่ปรึกษาดูแลเรื่องกระบวนการสร้างความสัมพันธ์แฟรนไชส์อย่างต่อเนื่อง  

6. Top Business มีทีมที่ปรึกษาที่คอย Audit Check หรือตรวจสอบดูแลมาตรฐานร้านแม่(ร้านต้นแบบ) และร้านสาขาแฟรนไชส์ให้ทำงานภายใต้มาตรฐานเดียวกัน

7. Top Business พร้อมสนับสนุนและผลักดันธุรกิจแฟรนไชส์ไปสู่ต่างประเทศ เมื่อผู้ประกอบการมีความพร้อมและศักยภาพ โดยเรามีแผนกเจรจาการค้าระหว่างประเทศ พร้อมสนับสนุนในเรื่องการตั้งทรงธุรกิจให้ได้ในต่างแดน ตลอดจนเพื่อสร้างแพทเทิร์นและเซ็ทอัพแฟรนไชส์ไปยังต่างประเทศ

8. Top Business รับหน้าที่ในการเป็นตัวแทนเจรจาการค้า (มีผู้แทนเจรจาทางการค้าให้) นำลูกค้าไปพบปะนักลงทุน นักธุรกิจต่างประเทศ โดยก้าวแรก คือ ประเทศในอาเซียน  ซึ่งเมื่อเจรจาทางการค้าได้แล้ว โดยผู้แทนเจรจา จะรับเซ็ทอัพระบบแฟรนไชส์ในต่างประเทศผู้ประกอบการให้อีกด้วย

 

กระบวนการทำงานด้านที่ปรึกษา หลังบ้านบริษัทแม่

            สำหรับกระบวนการดังกล่าว เหมาะสำหรับในบางครั้งบางโอกาสที่ธุรกิจแฟรนไชส์อาจติดปัญหาระบบหลังบ้าน ซึ่ง Top Business มีกระบวนการจัดการหลังบ้านดูแลลูกค้าตรงนี้ให้ด้วย ยกตัวอย่างเช่น เข้าไปช่วยดูแลการจัดซื้อ การสต็อกสินค้า การบริการจัดการทรัพยากรบุคคล  การตลาด   เป็นต้น

            อ.จิรภัทร เสริมว่า โดยกระบวนการด้านที่ปรึกษาที่กล่าวไปข้างต้น ถือเป็นกรอบการทำงานของ Top Business ซึ่งจะช่วยดูแลและผลักดันให้ธุรกิจลูกค้าเดินต่อไปได้ หรือแม้แต่ในบางธุรกิจที่ติดปัญหาเรื่องเงินทุนที่จะขยับขยายธุรกิจ โดย Top Business พร้อมช่วยคัดสรรแหล่งเงินทุนให้กับลูกค้าเพื่อใช้ในการขับเคลื่อนธุรกิจต่อไปได้ให้กับทั้ง แฟรนไชส์ซอร์ และแฟรนไชส์ซี ให้กับแฟรนไชส์ ในทุกๆ สเกล
 
            “ธุรกิจยุคใหม่ต้องมีกระบวนการ เพื่อให้คนเข้าถึงและซื้อสินค้า/บริการของคุณ และแบรนด์ต้องมีเรื่องราว ต้องสร้างคอนเท้นท์ให้คนรู้จักแบรนด์คุณ เพื่อให้คนสนใจสินค้า/บริการและเข้าถึงผลิตภัณฑ์ของคุณมากยิ่งขึ้น”  

            ในตอนท้าย อ.จิรภัทร ยังได้กล่าวฝากถึงผู้ประกอบการธุรกิจแฟรนไชส์ถึงวิธีการที่จะทำให้ดำเนินธุรกิจได้อย่าง “อยู่รอด อยู่รวย” ตลอดจนกล่าวฝากถึงกลุ่มลูกค้า หรือ “เอนด์-ยูสเซอร์” ถึงเทคนิคและวิธีการการเลือกซื้อแฟรนไชส์ ให้เหมาะสมกับตัวคุณและประสบความสำเร็จได้ในระยะยาวไว้ดังนี้
 


ปัจจัยสำคัญทำให้ธุรกิจแฟรนไชส์ อยู่รอด-อยู่รวย

1. ผู้ประกอบการควรให้ความสำคัญเรื่อง Customer Journey คือ การศึกษาพฤติกรรมของกลุ่มลูกค้า ว่า มีความต้องการสินค้าและบริการอะไร และต้องการประสบการณ์อะไรใหม่ๆ โดยผู้ประกอบการต้องสังเกตพฤติกรรมแล้วตีโจทย์ให้แตก แล้วสร้างจุดสัมผัสให้กับลูกค้าให้เกิดความประทับใจมากที่สุด

2. แบรนดธุรกิจ รวมทั้งสินค้าและบริการ ต้องมีความ “ว้าว” ต้องโดดเด่น หรือมีความพิเศษ มีเสน่ห์และน่าสนใจ เป็นส่วนช่วยดึงดูดลูกค้าให้ติดต่อขอซื้อแฟรนไชส์

3. ผู้ประกอบการควร เซ็ทอัพแฟรนไชส์ให้ถูกต้อง ต้องบริหารอย่างมีมาตรฐานในทุกสาขา ซึ่งต้องมีกระบวนการที่เกิดจากบริษัทแม่หรือร้านต้นแบบเป็นผู้วางกระบวนการอย่างมีระบบระเบียบแบบแผน ทั้งนี้เพื่อสร้างความประทับใจต่อกลุ่มลูกค้า เมื่อใช้บริการที่สาขาใดๆ ก็ตามก็จะได้รับบริการที่ดีมีมาตรฐานเท่ากัน


 
กฎเหล็กการซื้อแฟรนไชส์ เลือกอย่างไร? ให้ Success!

1. ผู้ซื้อแฟรนไชส์ ควรศึกษาข้อมูลบริษัทแม่ ตัวผู้บริหารหรือเจ้าของกิจการ , วิเคราะห์แบรนด์ หรือวิธีที่ดีที่สุด คือ สอบถามโดยตรง เช่น เข้าไปพูดคุยรายละเอียดกับเจ้าของหรือแฟรนไชส์ซอร์ เพื่อให้เข้าใจในตัวธุรกิจ ก่อนตัดสินใจลงทุน ซึ่งอาจจะเปรียบเทียบมากกว่า 1 แบรนด์ก็ได้

2. ผู้ซื้อแฟรนไชส์ ศึกษาคู่แข่งด้วย เช่น จะซื้อแฟรนไชส์ ก. แต่แฟรนไชส์ ข. หรือ แฟรนไชส์ ค. เมื่อเทียบกันแล้วเป็นอย่างไรบ้าง ทั้งในเรื่องระบบการบริหารจัดการ ความแข็งแรงในตัวธุรกิจ ฯลฯ มีข้อดี-ข้อเสียอย่างไรบ้าง เปรียบเมื่อเทียบกับคู่แข่ง เพื่อนำมาพิจารณาก่อนการตัดสินใจ

3. ผู้ซื้อแฟรนไชส์ สามารถศึกษาสอบถามโดยตรงกับ แฟรนไชส์ซี ของธุรกิจนั้นๆ ที่เขาลงทุนไปแล้วว่า ทำธุรกิจแล้วเป็นอย่างไรบ้าง ธุรกิจเกิดปัญหาอะไรบ้าง และมีแนวทางแก้ไขอย่างไร โดยอาจจะสังเกตและสอบถามมากกว่า 1 สาขาก็ได้ ซึ่งจะทำให้ท่านได้รับข้อมูลที่เป็นประโยชน์มากขึ้น ซึ่งทำให้เห็นภาพชัด เพื่อประกอบการตัดสินใจด้วยตัวท่านเอง
 



ช่องทางติดต่อ TOP BUSINESS CONSULTANT AND MANAGEMENT
โทร : 02 377 4524 , 094 926 1455
อีเมล : marketing@topbusiness.co.th
ไอดีไลน์  : topbusiness 

จำนวนเปิดอ่าน : 204