5คำทำนายธุรกิจยุค New Normal ไม่ต้องปรับตัว-ถ้าไม่กลัวเจ๊ง!

5คำทำนายธุรกิจยุค New Normal ไม่ต้องปรับตัว-ถ้าไม่กลัวเจ๊ง!

ถึงตอนนี้ (พ.ค.63) พิษสงของโควิด-19 ได้ล้างบางประชากรทั่วโลกตัวเลขแตะ 5 ล้านคนเข้าไปแล้ว โดยมนุษย์รักตัวกลัวตายมากขึ้นและได้เรียนรู้ที่จะอยู่รอดอย่างปลอดภัย ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตหลาย ๆ อย่าง โดยที่รู้อยู่แก่ใจว่า จะต้องอยู่ร่วมกับเชื้อไวรัสมรณะนี้ซึ่งไม่รู้ว่าอีกนานเท่าไหร่ หรือที่เรียกกันว่า New Normal

โดย New Normal หรือ “วิถีชีวิตเดิมในรูปแบบใหม่” ในมุมของการใช้ชีวิตสำหรับหลายคนคงจะค่อย ๆ ปรับตัวกันไปได้เองตามมาตรการการป้องกันโรคและภายใต้กระแสสังคมในแต่ละประเทศ

ทว่าในมุมธุรกิจล่ะ !? จะปรับตัวในยุค New Normal นี้ให้กิจการอยู่รอดและดำรงอยู่ได้ต่อไปได้อย่างไรบ้าง
วันนี้ขออ้างอิงบทความสาระดี ๆ จาก “กรุงเทพธุรกิจ” ว่าด้วยเรื่อง “5 คำทำนายการทำธุรกิจในยุค New Normal” มานำเสนอเป็นหลักคิดให้กับผู้อ่านทุกท่าน

ซึ่งเมื่อผ่านพ้นโควิดฯ ไป แต่ละธุรกิจจะมีการบริหารจัดการอย่างไรบ้าง เพื่อเตรียมรับมือการ New Normal ที่จะเกิดขึ้น และเพื่อให้กิจการของตนเองอยู่รอด ซึ่งน่าจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบการธุรกิจทุกขนาดและทุกประเภทไม่มากก็น้อยนะครับ
 


5 ปรากฎการณ์ New Normal หลังผ่านพ้นโควิดฯ

1. โลกจะถูกขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี  โดยเทคโนโลยีจะค่อย ๆ เข้ามาบทบาทในทุกธุรกิจ เพื่อช่วยในเรื่องการสร้างรายได้ เพิ่มยอดขาย การเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้มากขึ้นและรวดเร็วยิ่งกว่า การทำธุรกิจรูปแบบออฟไลน์ หรือมีหน้าร้านเปิดขายช่องทางเดียวในรูปแบบเดิม ๆ

ที่สำคัญ ในบางองค์กร หรือบางบริษัท อาจมีมาตรการปรับลดจำนวนพนักงาน เพราะการเข้ามาของ Ai หรือ “เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์”  ตลอดจน การที่กลุ่มคนทำงานในบางสาขาอาชีพ สามารถ Work From Home หรือทำงานที่บ้านได้ ผ่านช่องทางการสื่อสารออนไลน์ และแพลตฟอร์มที่ล้ำสมัยต่าง ๆ  ทำให้นายจ้างในบางองค์กรมองว่า สามารถลดภาระการดูแลพนักงาน ในขณะที่ธุรกิจยังคงขับเคลื่อนได้ตามปกติ
 


 




 

2. การซื้อขายสินค้าและบริการบนโลกออนไลน์จะเติบโตขึ้นอีกอย่างมหาศาล เพราะทุกคนยังมีความกังวลและตระหนักถึงความไม่ปลอดภัย ในการออกจากบ้านไปชอปปิ้งตามห้างฯ เหมือนเช่นพฤติกรรมปกติที่ทำกันก่อนหน้าโควิดฯ ซึ่งปัจจุบัน พฤติกรรมจับจ่ายใช้สอยแบบออฟไลน์จะมีความเสี่ยงติดโรคที่สูงขึ้น

อีกทั้ง สินค้าจำพวกของสด เช่น เนื้อสัตว์ ผัก ผลไม้ จะถูกแปรรูปมากขึ้นเพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคที่หันมาสั่งซื้อออนไลน์ โดยการคิดค้นและผ่านกระบวนการผลิตด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยให้สามารถเก็บได้นานขึ้น เพื่อให้ End User สามารถสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ และนำไปปรุงอาหารทานได้อย่างปลอดภัย
 



 



3. จับจ่ายด้วยเหตุผลเหนืออารมณ์และความอยาก ด้วยเศรษฐกิจโลกไม่ดีอยู่แล้ว ซ้ำร้ายมาเจอพิษโควิดขวิดเข้าใส่อีก ทำให้ประชาชนทั่วโลกต่างรู้ดีว่า ต้องรัดเข็มขัดให้แน่นขึ้นกว่าเดิม

การเลือกซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคและการใช้บริการธุรกิจแต่ละประเภท โดยกลุ่มผู้บริโภคแต่ละคนจะคำนึงถึง เหตุผลและความจำเป็น มากกว่าสนองความต้องการของตัวเอง โดยจะระมัดระวังการจับจ่ายในแต่ละครั้ง นอกจากนี้ ประชาชนจะให้ความสำคัญในเรื่องของเงินออมและการเข้าถึงสิทธิและสวัสดิการต่าง ๆ มากยิ่งขึ้นเพื่อให้ตนเองได้ประโยชน์มากที่สุด
 

 


 

4. สังคมปลอดเชื้อ โดยทุก ๆ สถานที่ทั่วประเทศและทั่วโลกจะถูกเฝ้าจับตามอง การเดินทางเข้า / ออก ข้ามเขต ข้ามเมือง ข้ามประเทศ จะถูกคุมเข้มภายใต้มาตรการป้องกันและควบคุมโรคอย่างรัดกุม ซึ่งที่พวกเราไม่เคยพบเจอมาก่อน ธุรกิจที่จำเป็นต้องดึงคนเข้าร่วม เช่น อีเว้นท์ หรือกิจกรรมสาธารณะ ธุรกิจฟิตเนส การเข้าชมคอนเสิร์ต การแข่งขันกีฬา การจัดงานเลี้ยงสังสรรค์ ฯลฯ จะต้องการันตีว่า เป็นสังคมปลอดเชื้อ 100% และเราจะรู้สึกได้ว่า ทุกอย่างไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป



 


 

5. ทุกอย่างจะส่วนตัวมากขึ้น ทั้งในเรื่องไลฟ์สไตล์ หรือการประกอบอาชีพ / การทำธุรกิจ ซึ่งจะไม่มีการรวมกลุ่มถ้าไม่จำเป็น ยกตัวอย่างเช่น ผู้ซื้อจะสอบถามสินค้าและบริการกับผู้ขาย ผ่านช่องทางสื่อสารออนไลน์ หากพอใจในการตรวจดูสินค้าหรือบริการนั้น ๆ จะสั่งซื้อ รอรับสินค้าหรือบริการที่บ้าน หรือจุดนัดรับ  เพื่อลดความเสี่ยงการเดินทางไปพบปะพูดคุยกัน ซึ่งอาจก่อให้เกิดการติดเชื้อไวรัส และยังช่วยประหยัดเวลา และสะดวกรวดเร็วในการซื้อขาย/ทำธุรกิจอีกด้วย
 


จำนวนเปิดอ่าน : 626