ประกันกลุ่ม ประโยชน์น่ารู้ & ควรทำ

ประกันกลุ่ม ประโยชน์น่ารู้ & ควรทำ

ความน่ากลัวของการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 สร้างความวิตกกังวลให้กับประชาชนไปทุกหย่อมหญ้า ทว่าความกลัวอย่างเดียวโดยไม่ทำอะไรเลยนั้นไม่อาจแก้ไขปัญหาอะไรได้ 

สำหรับเจ้าของธุรกิจเอสเอ็มอีและแฟรนไชส์ เชื่อว่า ได้รับผลกระทบอย่างมากภายใต้วิกฤตการณ์ระบาดของไวรัสโควิด-19 นี้ ในเรื่องของยอดจำหน่ายสินค้าและบริการ เพราะกระทบโดยตรง ทำให้เศรษฐกิจหยุดชะงัก ประชาชนหยุดการจับจ่าย

และในขณะที่ธุรกิจยังคงต้องดำเนินต่อไป และเจ้าของธุรกิจต้องแบกรับค่าใช้จ่ายการจ้างพนักงาน ต้นทุนการสั่งซื้อวัตถุดิบ ต้นทุนการผลิตสินค้า ต้นทุนการจัดส่งสินค้า การดูแลสาขาแฟรนไชส์ และ แฟรนไชส์ซี ซึ่งคงไม่มีเจ้าของธุรกิจท่านใดอยากเห็นธุรกิจของตนเองต้องปิดตัวไปต่อหน้าต่อตาอย่างแน่นอน

ด้วยเหตุนี้ FLA ขอนำเสนอ เครื่องมือสำคัญสำหรับเจ้าของธุรกิจเอสเอ็มอีและแฟรนไชส์ ซึ่งก็คือ การทำ “ประกันกลุ่ม” เพื่อใช้บริหารจัดการความเสี่ยงไม่ให้ธุรกิจของท่านต้องหยุดชะงักไปในเวลาอันไม่สมควร  ลองไปติดตามกันว่า การทำประกันกลุ่มสำหรับเจ้าของธุรกิจ มีประโยชน์อย่างไร หรือต้องทำอย่างไรบ้าง


ประโยชน์สำหรับบริษัท ห้างร้าน และเจ้าของธุรกิจ ในการทำประกันกลุ่ม (หรือในที่นี้ คือ ผู้ถือกรมธรรม์)

1. บริษัทประกันภัยจะจ่ายเงินชดเชยค่ารักษาพยาบาลที่เกิดขึ้น หากพนักงานเจ็บป่วยหรือประสบอุบัติเหตุ ซึ่งเจ้าของกิจการไม่ต้องสำรองจ่าย

2. ควบคุมรายจ่ายให้เจ้าของกิจการ กล่าวคือ การช่วยเปลี่ยนแปลงค่ารักษาพยาบาลของพนักงานที่ไม่แน่นอนหรืออาจเป็นค่ารักษาที่สูงมาก ให้ระบุเป็นรายจ่ายที่แน่นอน โดยคำนวณจากเบี้ยประกันภัยในแต่ละปี จะทำให้ เจ้าของกิจการสามารถวางแผนค่าใช้จ่ายได้อย่างรัดกุมมากขึ้น ทั้งนี้ ค่าเบี้ยประกันกลุ่ม ไม่ถือเป็นรายจ่ายต้องห้าม เพราะฉะนั้น เจ้าของธุรกิจสามารถนำไปเป็นรายจ่ายหนึ่งของกิจการได้

3. สร้างแรงจูงใจให้กับพนักงาน โดยการทำประกันกลุ่มเป็นสวัสดิการที่มั่นคงอย่างหนึ่ง เพื่อดูแลสุขภาพของพนักงานหรือลูกจ้างของบริษัท เสมือนเป็นหลักประกันให้กับพนักงานแต่ละคน ตัวอย่างเช่น กรณีพนักงานประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตหรือทุพพลภาพ อย่างน้อย ๆ หากได้ทำประกันกลุ่มไว้แล้ว คนข้างหลังจะได้รับเงินชดเชยและการเยียวยาจากบริษัทประกันภัย ซึ่งจะช่วยดึงดูดใจให้พนักงานอยากทำงานกับบริษัทคุณมากยิ่งขึ้นนั่นเอง

4. ทำให้เบี้ยประกันภัยถูกลงกว่าเดิม  กล่าวคือ ค่าเบี้ยการทำประกันกลุ่มจะถูกกว่า การทำประกันภัยส่วนบุคคล เพราะเงื่อนไขการทำประกลุ่มจะถูกพิจารณาโดยใช้อัตราดอกเบี้ยประกันภัยเดียวกัน กับทุก ๆ คนในกลุ่ม จึงทำให้ค่าเบี้ยประกันภัยเฉลี่ยต่อคนออกมาแล้วถูกกว่าการทำประกันแยกของแต่ละคนนั่นเอง


ทั้งนี้ เจ้าของกิจการ สามารถพิจารณาเลือกทำความคุ้มครองให้พนักงาน โดยแบ่งความคุ้มครองเป็น 3 ประเภทหลัก ๆ ได้แก่

ประกันชีวิตกลุ่ม : จะจ่ายเงินชดเชยให้กับผู้รับผลประโยชน์ กรณีลูกจ้างเสียชีวิตทุกกรณี (ตามเงื่อนไขของกรมธรรม์)

ประกันอุบัติเหตุกลุ่ม : จะจ่ายเงินชดเชยกรณีลูกจ้างเสียชีวิต หรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง หรือสูญเสียอวัยวะ หรือมีค่ารักษาพยาบาลซึ่งเกิดจากกรณีอุบัติเหตุเท่านั้น

ประกันสุขภาพกลุ่ม : จะจ่ายเงินชดเชยค่ารักษาพยาบาลที่เกิดขึ้นในโรงพยาบาล ทั้งกรณีผู้ป่วยใน หรือผู้ป่วยนอก ตามวงเงินความคุ้มครองค่ารักษาแต่ละรายการ (ไม่ว่าลูกจ้างจะเจ็บป่วยจากกรณีโรค หรืออุบัติเหตุ)


สุดท้ายนี้ สิ่งที่อยากฝากถึงเจ้าของธุรกิจทุกท่านว่า ไม่ว่าจะเป็นประกันสุขภาพกลุ่ม หรือประกันอุบัติเหตุกลุ่ม จะมีการพิจารณาค่าเบี้ยประกันภัย ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขแตกต่างกันออกไปของแต่ละบริษัทรับทำประกันภัย อาทิเช่น การเฉลี่ยความเสี่ยง และจำนวนพนักงาน เป็นต้น ในทุก ๆ รอบปีกรมธรรม์

จึงขอฝากย้ำไปถึงเจ้าของกิจการและผู้ประกอบการธุรกิจทุกท่าน ควรศึกษาและวางแผนการทำประกันกลุ่มแต่ละบริษัทรับทำประกันภัยให้เหมาะสมกับธุรกิจของท่าน 

ทั้งนี้ ก็เพื่อที่คุณและพนักงานของคุณจะได้รับสิทธิประโยชน์และความคุ้มครองมากที่สุด ท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจและวิกฤตโควิด-19 ที่ยังคงแพร่ระบาดซึ่งหาความแน่นอนยากเสียเหลือเกิน


จำนวนเปิดอ่าน : 196